ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี้

KruSangkeed.com



เครื่องดนตรีไทย

เครื่องดนตรีไทย มีเอกลักษณ์และรูปแบบที่แตกต่างกันมากมาย ที่น่าสนใจควรศึกษาได้แก่...

Read More

เครื่องดนตรีสากล

เครื่องดนตรีสากลจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ตามลักษณะของวัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นมาหรือตามหน้าที่ในการบรรเลง

Read More

การฝึกขับร้อง

ซาวด์ฝึกขับร้อง .................................... ขอขอบคุณครูกรด โรงเรียนทุ่งสง นำเสนอโดย ผอ.พงศ์

Read More

แตรสยาม

หนังสือทรงคุณค่า "แตรสยาม" โดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ และวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล .............................ผอ.พงศ์...

Read More

Friendly Links

krumontree200x75
isangate com 200x75
easyhome
ppor 200x75
isangate net 200x75

No. of Page View

00002718
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
8
37
81
2452
81
600
2718

Your IP: 44.192.22.242
2021-08-04 09:09

                "ขลุ่ย" เป็นเครื่องเป่าดั้งเดิมของไทยที่คิดขึ้นเอง แต่รูปร่างไปเหมือนกับ มุราลี ของอินเดีย ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของพระกฤษณะ และเหมือน Shaku-hashi ของญี่ปุ่นเพียงแต่ว่า "มุราลี" ใช้เป่าข้าง อย่างเดียวกับการเป่า ปิคโคโล(Piccolo) ส่วนขลุ่ยไทยและ ชากุ-ฮาชิ (Shaku-hashi) ใช้เป่าตรงแบบเดียวกับการเป่า คลาริเนต (Clarinet) นอกจากนี้ จีนก็ยังมีขลุ่ยเช่นเดียวกัน คือ ฮวยเต็ก ซึ่งใช้เป่าจากด้านข้างและ โถ่งเซียว ซึ่งเป่าตรงเหมือนขลุ่ยไทย 

                     เดิมขลุ่ยไทยทำด้วยไม้รวกปล้องยาวๆ ไว้ข้อทางปลายแต่จะเจาะทะลุข้อและใช้ไฟย่างให้แห้ง ตบแต่งผิวให้ไหม้เกรียมเป็นลวดลายสวยงาม ด้านหน้าเจาะรูกลมๆเรียงแถวกัน ๗ รู สำหรับนิ้วเปิด-ปิด เพื่อเปลี่ยนเสียงตรงที่ใช้เป่าไม่มีลิ้นอย่างลิ้นของปี่ แต่ใช้วิธีการทำไม้อุดเต็มปล้องแต่ปาดด้านล่างไว้ด้านหนึ่งให้มีช่อง ผู้เป่าขลุ่ยจะต้องใช้ริมฝีปากของตนอมที่มุมล่างตรงช่องนั้น แต่เปิดริมฝีปากให้ลมผ่านเข้าไปในเลาด้วยความชำนาญ เมื่อลมที่ผ่านเข้าไปจะทำให้เกิดเสียง ไม้อุดนั้นเรียกว่า "ดาก" ด้านหลังใต้ ดาก ลงมาเจาะรูเป็นรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ปาดตอนล่างเป็นทางเฉียงไม่เจาะทะลุตรงเหมือนด้านหน้าและด้านข้าง รูนี้เรียกว่า รูปากนกแก้ว ถ้าเราเอาปลายนิ้วหรือสิ่งใดก็ตามปิด รูปากนกแก้ว นี้ เสียงก็จะไม่ดัง ใต้รูปากนกแก้วลงมาเจาะรูอีกหนึ่งรู เรียกว่า "รูนิ้วค้ำ" เพราะเวลาเป่าต้องเอาหัวแม่มือค้ำ ปิด-เปิด ที่รูนั้น ที่ด้านข้างด้านขวาสูงจากปากรูนกแก้วเล็กน้อยมีรูอยู่รูหนึ่งเรียกว่า "รูเยื่อ" (ปัจจุบันขลุ่ยที่ทำจากพลาสติกจะไม่มีรูนี้) โดยปกติแต่ก่อนใช้เยื่อในปล้องไม้ไผ่ปิดรูนั้น แต่ต่อมาไม่ค่อยได้ใช้ ทางปลายเลาของขลุ่ยมีรูอีก ๔ รู เจาะตรงกันข้ามแต่เหลื่อมกันเล็กน้อยรูหน้ากับรูหลังตรงกันแต่สูงขึ้นมานิดหน่อย รูซ้ายกับรูขวาเจาะตรงกัน อยู่ใต้ลงไปเล็กน้อย รูขวากับรูซ้ายนี้โดยโดยปกติใช้สำหรับร้อยเชือกสำหรับแขวนเก็บหรือคล้องมือถือ จึงเรียกรูนี้ว่า "รูร้อยเชือก" รวมทั้งหมดขลุ่ยเลาหนึ่งมี ๑๔ รูด้วยกัน

          ที่เรียกว่า "ขลุ่ย" นั้น เข้าใจว่าเรียกตามเสียงที่ได้ยิน นอกจากการเป่าเป็นการบันเทิงแล้วยังใช้เป่าร่วมในวงเครื่องสาย วงมโหรี วงปี่พาทย์ไม้นวมและวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์อีกด้วย
          เมื่อมีการนำขลุ่ยมาบรรเลงในวงดนตรี จึงมีผู้คิดค้นขึ้นเป็น ๓ ขนาดเพื่อให้เกิดเสียงเหมาะสมกับการเล่นผสมวงประเภทนั้นๆ จึงเกิดมีขลุ่ยขึ้น ๓ ชนิด ๓ ขนาด คือ
๑.ขลุ่ยหลิบ หรือ ขลุ่ยหลีบ มีขนาดเล็ก ยางประมาณ ๓๖ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๒ เซนติเมตร มีเสียงเล็กแหลม 
๒.ขลุ่ยเพียงออ ขนาดกลาง ยาวประมาณ ๔๕-๔๖ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๔ เซนติเมตรให้เสียงทุ้มกว่าขลุ่ยหลิบ
๓.ขลุ่ยอู้ ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ ๖๐ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร
          ต่อมามีผู้สร้างขลุ่ยขึ้นมาอีกชนิดหนึ่งเรียกกันว่า "ขลุ่ยกรวด" มีเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออ ๑ เสียง ขลุ่ยกรวดใช้สำหรับวงเครื่องสายผสมที่นำเอาเครื่องดนตรีสากล มาบรรเลงร่วมวงเช่นวงเครื่องสายผสมไวโอลิน วงเครื่องสายผสมออร์แกน เป็นต้น

                                                                                                                                          .........................ชาติชาย ชนชีวัฒน์ รวบรวม

เครื่องดนตรีไทย
เครื่องดนตรีไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะการบรรเลง นั่นก็คือ เครื่องดีด,เครื่องสี,เครื่องตีและเครื่องเป่าตามลำดับ

เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องดีด ได้แก่เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงโดยการดีดไปที่สายหรือใช้อุปกรณ์ดีดไปมาที่สายของเครื่องดนตรี ประกอบด้วย
  
   - กระจับปี่
   - พิณ (เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน)
   - ซึง (เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ)

   - จะเข้

เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องสี ได้แก่เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงโดยการใช้คันชักสีไปที่สายของเครื่องดนตรี ประกอบด้วย

   - ซอด้วง
   - ซออู้
   - ซอสามสาย
   - ซอสามสายหลิบ
   - สะล้อ (เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ)

เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องตี ได้แก่เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงโดยการใช้มือหรือไม้ตีตีไปที่ไปที่เครื่องดนตรี ประกอบด้วย

(๑)เครื่องตีทำด้วยไม้

(๒)เครื่องตีทำด้วยโลหะ

(๓)เครื่องตีขึงด้วยหนัง

 

ที่ปรึกษา
อาจารย์พิเชฏฐ์ ศุขแพทย์
(เลขาธิการ สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)
อาจารย์ณรงค์ สมิทธิธรรม
(อดีตหัวหน้าภาควิชาดนตรีศึกษา วค.ลำปาง)
ดร.ประเสริฐ ขุนทองจันทร์
(อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาดนตรี มรภ.ภูเก็ต)
ผศ.ประภาส  ขวัญประดับ
(อาจารย์ประจำภาควิชาดนตรี มรภ.สงขลา)

คณะทำงาน
ชาติชาย  ชนชีวัฒน์
ไกรทอง ณ ลำปาง
ธีระพงศ์ ดำรงค์พรพิชัย
สุรศักดิ์  ครุฑเพชร
ปราการ ใจดี
อนุสิทธิ์ บุญวงศ์
ชยุติ  ชนชีวัฒน์